รัฐบาลอังกฤษประกาศจ่อแบนโลโก้เว็บพนันกีฬาออนไลน์บนเสื้อนักเตะ

รัฐบาลอังกฤษประกาศจ่อแบนโลโก้เว็บพนันกีฬาออนไลน์บนเสื้อนักเตะ

ดูเหมือนตั้งแต่แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป อังกฤษ จะขยันหาเรื่องปวดหัวให้กับวงการฟุตบอลในประเทศของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เมื่อเตรียมลงดาบแบนโลโกการพนันทุกประเภทบนเสื้อแข่งขันสโมสร ตามหลังการโฆษณาบุหรี่ที่โดนไปก่อนหน้านี้ แถมคาดกันว่าวงการสนุกเกอร์, ชกมวย และปาเป้า อาจโดนหางเลขจากเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน

The Times สื่อดังเมืองผู้ดี รายงานว่า รัฐบาลอังกฤษ กำลังพิจารณาถึงการลงดาบแบนโฆษณาเกี่ยวกับการพนันบนพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบเต็มเปาต่อบรรดาสโมสรบนเวทีพรีเมียร์ลีกและเดอะแชมเปี้ยนชิพ ที่เชื่อกันว่ามีรายได้จากโฆษณาของบริษัทรับพนันมากถึง 110 ล้านปอนด์ต่อปี ไม่นับรวมสโมสรในลีกระดับล่างอีกมากมาย

โดยปัจจุบันมี 8 สโมสร บนเวทีพรีเมียร์ลีก ที่ใช้โลโกบริษัทรับพนันคาดอยู่บนหน้าอก นั่นคือ เบิร์นลีย์, คริสตัล พาเลซ, ฟูแล่ม, ลีดส์ ยูไนเต็ด, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, เซาธ์แฮมป์ตัน, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ซึ่งหากกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณา จะส่งผลกระทบเต็มเปาต่อรายได้ในกระเป๋าของพวกเขา

รายงานระบุว่า Betway เซ็นสัญญาเป็นสปอนเซอร์คาดหน้าอกชุดแข่งขันของ เวสต์แฮม ตกปีละ 10 ล้านปอนด์ ส่วน ลีดส์ เซ็นสัญญากับ SBOTOP ตกปีละ 7.8 ล้านปอนด์ ขณะที่ นิวคาสเซิล ได้เงินปีละ 7.5 ล้านปอนด์ จาก Fun88 แต่ที่หนักกว่าคือเดอะแชมเปี้ยนชิพ มีถึง 16 จาก 24 สโมสร ที่รับสปอนเซอร์บนชุดแข่งขันมาจากบริษัทรับพนัน

เท่านั้นไม่พอ รัฐบาลอังกฤษ ยังมองไปถึงการใช้กฎหมายดังกล่าวควบคุมโฆษณาของบริษัทรับพนันในวงการสนุกเกอร์, ชกมวย และปาเป้า ด้วย โดยเฉพาะปาเป้าที่นักกีฬาเกือบทุกคนสวมใส่เสื้อผ้าที่มีโฆษณาของบริษัทรับพนันแปะหราเอาไว้ ท่ามกลางกระแสปราบปรามเรื่องนี้ที่เข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อแก้ปัญหาติดการพนันบนแผ่นดินสหราชอาณาจักร

แม็ตต์ ซาร์บ-เคอซิน ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการพนัน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “นักฟุตบอล, นักปาเป้า, นักสนุกเกอร์ และนักรักบี้ เปรียบเสมือนป้ายโฆษณาเคลื่อนที่ของบริษัทรับพนัน และมันชัดเจนว่าโฆษณาเหล่านี้ส่งผลเสียต่อเด็กที่กำลังเติบโต พร้อมปรับเปลี่ยนทัศนคติให้พวกเขาวางเดิมพันเพื่อสนุกกับกีฬา แทนที่จะสนุกกับมันไปตามปกติ”

ทั้งนี้ แหล่งข่าววงในของ The Times เปิดเผยว่าการพิจารณาแบนโฆษณาในเกมฟุตบอลเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด เพราะปัจจุบันทุกสโมสรต้องดิ้นรนหมุนเงินกันตัวเป็นเกลียว ภายใต้ภาวะขาดสภาพคล่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และมันจะส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อสโมสรเล็ก ๆ ในลีกระดับล่างที่มีสายป่านไม่ยาวพอ

 

ส่องรายชื่อ 5 แข้งตัวฉกาจทีมแมนยู 2020/21

นับตั้งแต่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อำลาตำแหน่งไปช่วงซัมเมอร์ 2013 อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เหมือนล่มสลายลงไปด้วย กระทั่งการมาของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ทำให้ฤดูกาล 2020/21 ของ “ปีศาจแดง” กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อปัจจุบันพวกเขารั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และนี่คือ 5 คีย์แมนสำคัญ ที่ช่วยให้พวกเขาหาญกล้าท้าทายบัลลังก์แชมป์อีกครั้ง

5 แข้งตัวฉกาจทีม2020/21

ดาบิด เด เกอา

มือกาวชาวสแปนิช ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มาร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ 2011 ด้วยสนนราคา 19 ล้านปอนด์ ก่อนพัฒนาฝีไม้ลายมือก้าวมาเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูแถวหน้าของโลก โดยในฤดูกาล 2020/21 นี้ เด เกอา ลงเฝ้าเสาบนเวทีพรีเมียร์ลีก 16 นัด สามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 6 นัด และเสียไปแค่ 21 ประตูเท่านั้น

แฮร์รี่ แม็คไกวร์แฮร์รี่ แม็คไกวร์

ปราการหลังเลือดอังกฤษ ผู้สวมปลอกแขนกัปตันทีมแมนฯ ยูไนเต็ด คนปัจุบัน ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยสถิติค่าตัวกองหลังแพงสุดในโลก 80 ล้านปอนด์ ซึ่งแม้จะโดนค่อนขอดว่าทำผลงานได้ไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป แต่เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่านี่คือหัวใจในแนวรับที่ “ปีศาจแดง” ขาดไม่ไดเ โดยในฤดูกาล 2020/21 นอกจากช่วยให้ทีมเสียไปแค่ 24 ประตู จาก 18 เกม ยังทำไปอีก 1 ประตูด้วย

เฟร็ด

ห้องเครื่องบราซิเลียน ย้ายจาก ชัคตาร์ โดเน็ตส์ มาร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ 2018 ด้วยสนนราคา 47 ล้านปอนด์ แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด ใช่เวลาส่วนใหญ่เป็นได้แค่อะไหล่ข้างสนาม กระทั่งในฤดูกาล 2020/21 ที่ เฟร็ด สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่ทีมขาดไม่ได้ โดยลงสนามไปแล้ว 13 นัด พร้อมสถิติการผ่านบอลเข้าเป้า 86% และสถิติเข้าปะทะเฉลี่ย 2.8 ครั้งต่อเกม

บรูโน่ แฟร์นานเดส

เพลย์เมคเกอร์โปรตุกีส ย้ายจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงต้นปี 2020 ด้วยค่าตัวประมาณ 68 ล้านปอนด์ ก่อนก้าวมาเป็นคีย์แมนสำคัญของทีมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะฤดูกาล 2020/21 ที่ บรูโน่ สานต่อฟอร์มอันยอดเยี่ยมได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อยิงไป 11 ประตู กับทำอีก 7 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 18 นัด พร้อมทั้งกลายเป็นแข้งคนแรกที่คว้ารางวัลยอดเยี่ยมประจำเดือนได้ถึง 4 ครั้ง/ปี

มาร์คัส แรชฟอร์ด

หัวหอกชาวอังกฤษ เป็นเด็กปั้นโดยตรงจากอคาเดมี่แมนฯ ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2015 พร้อมทั้งสถาปนาตัวเองกลายเป็นแกนหลักของทีมได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันในวัย 23 ปี แรชฟอร์ด ยังคงเป็นแนวรุกที่ “ปีศาจแดง” ขาดไม่ได้ ซึ่งในฤดูกาล 2020/21 เจ้าตัวยิงไปแล้ว 7 ประตู กับทำอีก 8 แอสซิสต์ จากการลงสนามบนเวทีพรีเมียร์ลีก 18 เกม